วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เทศกาลไหว้บะจ่าง 9-มิถุนายน-2559



เทศกาลไหว้บ๊ะจ่างของชาวจีน มีชื่อเรียกอื่นๆอีกว่า 'เทศกาลตวนอู่' หรือ 'เทศกาลตวนหงอ'

เทศกาลนี้ก็นับว่าเป็นหนึ่งเทศกาลสำคัญๆของชาวจีนเหมือนกัน เทศกาลนี้จะตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 ตามปฏิทินของจีน และไทย

...จริงๆแล้วบะจ่างก็มีอีกชื่อนึงคือ 'ขนมจ้าง' ด้วยล่ะ! >w<)/

อีกทั้งในช่วงเดือนที่ 5 ของจีนจะเป็นฤดูร้อน อาหารมักจะเก็บได้ไม่นานเท่าไหร่นัก แต่บ๊ะจ่างที่ทำมาจากข้าวเหนียวนั้นสามารถเก็บได้มากขึ้น! นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เทศกาลนี้นิยมใช้บะจ่างกัน

เมื่อไหว้เสร็จก็จะเอาไปชุบน้ำตาลทรายขาว ไม่ก็น้ำตาลทรายแดงมารับประทานกันเพราะเป็นความเชื่อว่าถ้าทำแบบนี้จะทำให้เกิดสิริมงคล

ประวัติของเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง

ในสมัยชุนชิว-จั้นกั๋วแคว้นฉินในประเทศจีนจะเป็นแคว้นที่แข็งแกร่งมากที่สุด ในขณะที่แคว้นฉู่อ่อนแอและเล็กที่สุดทำให้ถูกแคว้นฉินกดขี่ข่มเหงบ่อยๆ "คุกง้วน" หรือ "ชวีหยวน" เขาเป็นขุนนางกงฉินแลัห่วงใยประเทศชาติบ้านเมืองของตนมาก ใครๆก็รักเขา แต่ถ้ามีคนรักก็ต้องมีคนเกลียด ด้วยความที่เขาเป็นคนซื่อตรงทำงานอย่างตรงไปตรงมา ทำให้หลายๆครั้งการทำงานของเขาโกงกินบ้านเมืองของพวกขุนนางกังฉินคนอื่นๆ พวกเขาจึงรวมหัวกันพยายามใส่ร้ายชีหยวน
นานๆเข้าฮ่องเต้ก็หลงเชื่อเหล่าขุนนางกังฉิน และเนรเทศชวีหยวนออกไป ระหว่างที่เขาเร่ร่อนก็ได้แต่งกลอนถึงความไม่ยุติธรรมของฮ่องเต้ และชีวิตที่ยากลำบากของเขาส่งให้ฮ่องเต้ ..นั่นทำให้ฮ่องเต้ยิ่งโกรธหนักกว่าเดิมอีก
เมื่อเขาเศร้าโศกมากจึงกระโดดน้ำตายที่แม่น้ำเปาะล่อกัง (บางตำราบอกว่าแม่น้ำยิงซีเกียง บางตำราก็บอกว่าแม่น้ำไหม่โหลย) ซึ่งรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5
ชาวประมงก็หวังจะตามหาศพของชวีหยวนแต่ก็ไม่พบเลย ชาวบ้านก็จะนำข้าวปั้นมาโยนลงแม่น้ำหวังให้ปูปลากินเพื่อที่จะได้ไม่ไปกัดกินศพของชวีหยวน และเมื่อครบรอบวันตายของชวีหยวนชาวบ้านก็จะนำอาหารไปโปรยลงแม่น้ำเปาะล่อกัง
ในปีต่อมาชาวบ้านต่างก็ทำตามที่ชวีหยวนแนะนำ(นำอาหารที่เซ่นไหว้ห่อด้วยใบไผ่ไม่ก็ใบจากก่อนเซ่นไหว้) ชวีหยวนก็ได้มาเข้าฝันชาวบ้านอีกว่าได้กินมากหน่อย แต่ก็ยังโดนสัตว์น้ำแย่งไปกินได้ ชาวบ้านต้องการให้ชวีหยวนได้กินอาหารที่พวกเขาเซ่นไหว้ไปให้อย่างอิ่มหนำสำราญ จึงได้ถามชวีหยวนว่าควรทำเช่นไรดี จึงได้คำแนะนำว่าเวลาที่จะนำอาหารไปโยนลงแม่น้ำให้ตกแต่งเรือเป็นรูปมังกร เมื่อสัตว์น้ำทั้งหลายได้เห็นก็จะนึกว่าเป็นเครื่องเซ่นของพระยามังกร จะได้ไม่กล้าเข้ามากิน จึงทำให้เป็นที่มาของประเพณีการไหว้ขนมจ้าง (ขนมบ๊ะจ่าง) และประเพณีการแข่งเรือมังกรมาจนถึงปัจจุบัน

Cr. ข้อมูล 

วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

วันตรุษจีน



วันตรุษจีน 2559 

หรือ ตรุษจีน 2016 ตรงกับวันจันทร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ และวันนี้เรามี บทความวันตรุษจีน 2559 มาฝาก ทั้ง ประวัติวันตรุษจีน วันไหว้ตรุษจีน 2559 วันเที่ยวตรุษจีน และวันจ่าย 2559 ตรงกับวันที่เท่าไร

ตรุษจีน เป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของจีน เพราะชาวจีนถือว่า วันตรุษจีน คือวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีน เช่นเดียวกับสงกรานต์วันปีใหม่ไทย ดังนั้นชาวจีนจึงให้ความสำคัญกับเทศกาลนี้เป็นอย่างยิ่ง และมีการเฉลิมฉลองทั่วโลกโดยเฉพาะชุมชนขนาดใหญ่ของคนเชื้อสายจีน ซึ่งในแต่ละพื้นที่ก็จะมีพิธีเฉลิมฉลองแตกต่างกันไป สำหรับปี 2559 วันตรุษจีนตรงกับวันที่ 8 กุมภาพันธ์



ประวัติวันตรุษจีน

สำหรับที่มาของวันตรุษจีนนั้น เชื่อกันว่าประเพณีนี้มีมานานกว่าสี่พันปีแล้ว จัดขึ้นเพื่อฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ เดิมทีไม่ได้เรียกว่าเทศกาลตรุษจีน แต่มีชื่อเรียกต่างกันตามยุคสมัย นั่นคือเมื่อ 2,100 ปีก่อนคริสต์ศักราชจะเรียกว่า "ซุ่ย" ซึ่งมีความหมายถึงการโคจรครบหนึ่งรอบของดาวจูปิเตอร์ จนกระทั่งต่อมาในยุค 1,000 กว่าปีก่อนคริสต์ศักราช เทศกาลตรุษจีนจะถูกเรียกว่า "เหนียน" หมายถึงการเก็บเกี่ยวได้ผลอุดมสมบูรณ์นั่นเอง

นอกจากนี้ วันตรุษจีน ยังมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "วันชุงเจ๋" ซึ่งหมายถึงเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ หรือขึ้นปีเพาะปลูกใหม่ เพราะช่วงก่อนตรุษจีนนั้นตรงกับฤดูหนาว ไม่สามารถทำการเกษตรได้ ดังนั้นเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิที่มีอากาศเหมาะสมแก่การเพาะปลูก ชาวจีนจึงสามารถทำนา ทำสวน ได้อีกครั้งหลังจากผ่านพ้นฤดูหนาวมานั่นเอง

ส่วนการกำหนดวันตรุษจีนนั้น ตามประเพณีเทศกาลตรุษจีนจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้ายตามปฏิทินจันทรคติของจีน และถือว่าคืนวันที่ 30 เดือน 12 เป็นวันส่งท้ายปีเก่า ส่วนวันที่ 1 เดือน 1 คือวันชิวอิก หมายถึงวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ

การเตรียมงานเพื่อการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนนั้น จะเริ่มขึ้นตั้งแต่หนึ่งเดือนก่อนวันตรุษจีน (คล้ายกับวันคริสต์มาสของประเทศตะวันตก) โดยผู้คนจะเริ่มซื้อข้าวของต่าง ๆ เพื่อประดับตกแต่งบ้านเรือน และเตรียมทำความสะอาดครั้งใหญ่ ตั้งแต่ชั้นบนลงชั้นล่าง เนื่องจากมีความเชื่อว่าจะเป็นการปัดกวาดสิ่งที่ไม่ดีออกไป ภายในบ้าน ทั้งประตู หน้าต่าง จะประดับประดาไปด้วยสีแดง และกระดาษสีแดงที่มีคำอวยพรให้อายุยืน ร่ำรวย อยู่ดีมีสุข ฯลฯ

จากนั้นครอบครัวจะร่วมรับประทานอาหารที่ล้วนแต่มีความหมายมงคลทั้งสิ้น เช่น กุ้งจะหมายถึงชีวิตที่รุ่งเรืองและความสุข เป๋าฮื้อแห้งหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ดี สลัดปลาสดจะนำมาซึ่งความโชคดี จี้ไช่ (ผมเทวดา) สาหร่าย จะนำความร่ำรวยมาให้ และขนมต้ม (Jiaozi) หมายถึงบรรพชนอวยพร หลังจากทานอาหารค่ำแล้ว ทุกคนในครอบครัวจะนั่งกันจนเช้าเพื่อรอวันใหม่โดยการเล่นเกม เล่นไพ่ หรือดูรายการทีวีที่เกี่ยวกับวันตรุษจีน และในวันนี้จะต้องไม่โกรธ ริษยา หรือ ไม่พอใจ เพื่อเป็นสิริมงคลที่ดีสำหรับปีที่กำลังจะมาถึง




สัญลักษณ์ของ วันตรุษจีน


นอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของ วันตรุษจีน คือ "อั่งเปา" ซึ่งมีความหมายว่า "กระเป๋าแดง" หรือจะใช้คำว่า "แต๊ะเอีย" ซึ่งมีความหมายว่า "ผูกเอว" จากที่คนสมัยก่อนชอบร้อยเงินเป็นพวงผูกไว้ที่เอว โดยการให้อั่งเปานี้ คู่แต่งงานจะให้เงินเด็ก ๆ และผู้ใหญ่ที่ยังไม่ได้แต่งงานในซองสีแดง หลังจากนั้นทุกคนในครอบครัว จะออกมาจากบ้านเพื่อกล่าวสวัสดีปีใหม่ในหมู่ญาติ และเพื่อนบ้าน ซึ่งคงคล้ายกับการที่ชาวตะวันตกพูดว่า "Let bygones be bygones" (อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป)



วันตรุษจีน 2559


สำหรับวันตรุษจีน 2559 ตรงกับวันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์นั่นเอง ซึ่งวันตรุษจีนไม่ถือเป็นวันหยุดราชการนะ แต่ตามบริษัทห้างร้านของคนจีนอาจจะอนุญาตให้ลูกจ้างได้หยุดพักผ่อนอยู่กับบ้าน ถือเป็นวันหยุดพักผ่อนพิเศษสำหรับคนจีน ซึ่งก็แล้วแต่ว่าบริษัทไหน หรือร้านไหนจะกำหนดให้หยุดได้กี่วัน

วันจ่ายตรุษจีน 2559


ตามธรรมเนียมของคนจีนแล้ว วันจ่าย หรือ ตื่อเส็ก จะเป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปหาซื้ออาหาร ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ มาเตรียมพร้อมไว้ ก่อนที่ร้านค้าต่าง ๆ จะหยุดยาวในช่วงวันตรุษจีน ซึ่งจะตรงกับวันก่อนวันสิ้นปี โดยในปี 2559 วันจ่ายตรุษจีนคือวันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์


วันไหว้ตรุษจีน 2559


วันไหว้ของเทศกาลตรุษจีนก็คือ "วันสิ้นปี" ซึ่งจะเป็นวันที่มีการไหว้เทพเจ้าต่าง ๆ ด้วยอาหาร ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ ฯลฯ ตามธรรมเนียมปฏิบัติ โดยในปี 2559 วันไหว้ตรุษจีน คือ วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์

วันเที่ยวตรุษจีน 2559


วันเที่ยวสำหรับชาวจีนก็คือ "วันปีใหม่" หรือ "วันตรุษจีน" ซึ่งวันเที่ยวตรุษจีน 2559 คือ วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์นั่นเอง และเป็น "วันถือ" ด้วย โดยในวันนี้ชาวจีนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงาม พากันออกไปท่องเที่ยว และไปไหว้ขอพรญาติผู้ใหญ่ หรือผู้ที่เคารพรัก ชาวจีนจะถือว่าวันนี้เป็นวันแห่งสิริมงคล และงดทำบาปทั้งปวง

Cr. :  thai.cri.cn
 abhidhamonline.org
thaigoogleearth.com

วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2558

เทศการวันไหว้พระจันทร์



      เทศกาลไหว้พระจันทร์ หรือ เทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง ในเทศกาลนี้ ชาวจีนจะเฉลิมฉลองด้วยการไหว้ดวงจันทร์ในเวลากลางคืน ในบางประเทศ เช่น ฮ่องกง, ไต้หวัน, สิงคโปร์ หรือเวียดนาม จะจัดเป็นประเพณีใหญ่ มีการเฉลิมฉลองด้วยโคมไฟสีแดง เป็นสีสันยามค่ำคืน หรือบางแห่งอาจมีการเชิดมังกร ทั้งนี้จะมีชื่อเรียกต่างกันออกไปตามแต่ท้องถิ่น


นอกจากนี้แล้ว ยังมีขนมชนิดหนึ่ง เรียกว่า "ขนมไหว้พระจันทร์" (月饼) ที่มีสันฐานกลมคล้ายขนมเค้ก ทำจากแป้ง มีไส้ต่าง ๆ เป็นธัญพืช ใช้เซ่นไหว้และรับประทานกันจนเป็นเอกลักษณ์สำหรับเทศกาลนี้


ที่มาของเทศกาลนี้ เกี่ยวกับเทพปกรณัมจีนที่เล่าถึง เทพธิดาแห่งดวงจันทร์ ที่ชื่อ "ฉางเอ๋อ" (嫦娥) ซึ่งเป็นหญิงคนรักของโฮวอี นักยิงธนูแห่งสวรรค์ ที่ใช้ธนูยิงดวงอาทิตย์ตกลงไปถึง 9 ดวงจากทั้งหมด 10 ดวง ซึ่งเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนบัญชาสวรรค์ จึงโดนลงทัณฑ์ให้ไปใช้ัชีวิตธรรมดาเช่นมนุษย์ทั่วไปบนโลกมนุษย์กับฉางเอ๋อ แต่แล้วโฮวอี้ก็ถูกคนสนิททรยศฆ่าตาย ส่วนฉางเอ๋อนางได้ดื่มน้ำอมฤตเพื่อที่จะมีชีวิตอมตะ แล้วเหาะกลับไปยังดวงจันทร์อีกครั้งตามลำพังด้วยความเศร้าสร้อย ในยุคของฮั่นเหวินตี้ (漢文帝) แห่งราชวงศ์ฮั่น ได้ทรงพระสุบินว่า พระองค์ลอยขึ้นไปเที่ยวชมพระราชวังบนดวงจันทร์ และได้พบกับฉางเอ๋อกำลังร่ายรำอยู่อย่างงดงาม ในสุบินนั้น พระองค์ทรงเพลิดเพลินและเกษมสำราญเป็นอย่างยิ่ง กระทั่งเมื่อตื่นพระบรรทมและโปรดให้สุบินนั้นเป็นความจริง จึงมีรับสั่งให้นางสนมแต่งตัวและร่ายรำเลียนแบบเทพธิดาฉางเอ๋อที่พระองค์ได้พบเจอมา จนแพร่หลายไปสู่ราษฎรและเป็นประเพณีมา ซึ่งในอดีต ชาวจีนโดยเฉพาะหญิงสา่วจะสวดขอพรจากฉางเอ๋อเพื่อที่ขอให้มีความเยาว์วัยและงดงามตลอดไปดุจดั่งนาง
..........
CR:https://goo.gl/yalKHA